กว่าจะเป็นMarriott Platinum เหนื่อยขนาดไหน? แล้วสิทธิประโยชน์คุ้มไหม?

2296

▶️นอน โรงแรมในเครือใหญ่ๆ ก็คล้ายๆ กับเก็บไมล์สายการบิน
▶️นอนเยอะ ยิ่งได้แต้มเยอะ+สิทธิประโยชน์มากขึ้น แต่ก็แลกมากับความพยายามด้วย(ไปไหนก็ต้องเลือกโรงแรมในเครือ เดี๋ยวnight แต่ละปีไม่ครบ+เสียดายไม่ได้ใช้สิทธิที่มี)
▶️บางคนไม่ค่อยเที่ยว ปีนึงนอนนอกบ้านไม่กี่คืน ก็ไม่แนะนำให้เสียเวลามาเก็บ

ก่อนอื่นมาดูเชนโรงแรมใหญ่ๆมีหลายเครือเช่น
▶️Hilton เช่น โรงแรม Hilton, Conrad, Waldorf
▶️IHG เช่น Intercontinental, Holiday Inn
▶️Accor เช่น Novotel, Ibis

และโพสนี้จะเป็นการเล่าถึงเครือ ▶️Marriott เช่น Marriott, Sheraton, Renaissance

ทำไมถึงต้องเป็น Marriott ระดับ Platinum?

▶️เป็นจุดสมดุลระหว่างสิทธิประโยชน์ และการสะสมnight เพื่อให้ได้สถานะนี้เพราะมีทางลัด นอนไม่กี่คืน ก็ได้เป็น Platinum แล้ว

 

สิทธิประโยชน์สมาชิก Marriott 6 ระดับ

สิทธิประโยชน์ Marriott 6 ระดับ
สิทธิประโยชน์ Marriott 6 ระดับ

จากตารางคือ สิทธิประโยชน์ของสมาชิกทั้ง6ระดับ โดยต้องเก็บ night ต่อคืนดังนี้

▶️Silver:10คืน, Gold:25คืน, Platinum:50คืน, Titanium:75คืน, Ambassador:100คืน+20,000USD

  • ถ้าพูดกันตามตรง ปกติเที่ยวปีละ 2-3 ทริป อย่างมาก 4ทริป นอนโรงแรมไม่น่าเกิน 20คืน(ต้องเลือกเฉพาะเครือด้วยนะ) แต่ดูจากตาราง
  • Marriott Gold ยังต้องนอน 25คืนต่อปี แถมสิทธิประโยชน์ไม่ได้หวือหวาอะไรเลย(Late check-out 2pm) ดังนั้นตั้งแต่ Gold ลงมาอย่าหาทำเสียเวลา!!
  • เอาเงินไปจองผ่านAgoda,Expedia ใส่โค้ดส่วนลด ,ไม่ผูกพันธ์ค่ายจะดีกว่า สิทธิประโยชน์ไม่ปัง
  • เริ่มต้นแนะนำ Platinum แต่ถ้าดูแล้วต้องนอน 50คืนต่อปี เที่ยวบ่อยยังไง ก็ต้องมีนอนทิ้งบ้างแหละให้ night ครบ แต่มีทางลัดนอน 16 คืนก็ได้เป็น Marriott Platinum
  • ส่วนระดับที่สูงกว่า Platinum ก็ไม่ได้หวือหวามากขึ้นเยอะเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องลงไป นอน75คืน สำหรับ Titanium, 100คืน+ยอด20,000USDในปีนั้นจะได้เป็น Ambassador

สิทธิประโยชน์ Marriott Platinum

ตารางสรุปโรงแรมในเครือ Marriott และสิทธิประโยชน์ที่จะได้จากการเป็น Marriott Platinum

ก่อนอื่นมาดูสิทธิประโยชน์กันก่อน โดยด้านบนนี้คือ ตารางสรุปสิทธิประโยชน์แต่ละโรงแรมต่างๆในเครือ

  1. Welcome Gift : เลือก 1 อย่างจาก แต้ม หรือ ของขวัญเล็กๆแต่ละโรงแรม หรือ อาหารเช้า
  2. Club Lounge : อันนี้ฟินสุด จะมีทั้งอาหารเช้า,ชายามบ่าย,ค๊อกเทลกับอาหารเล็กๆตอนเย็น มีเฉพาะบางโรงแรม
  3. Room Upgrade/Late check out : ห้องสามารถจองต่ำสุดแล้วลุ้นอัพเกรดมีสิทธิถึงห้อง suite ส่วนเลทเช็คเอาท์ปกติตอนเที่ยง สามารถขอเป็น 4โมงเย็นได้

▶️หากจองโรงแรม สามารถเลือกแบบเรทต่ำสุดไม่รวมอาหารเช้าจะคุ้มมาก โดยสามารถดูขั้นตอนตามนี้
▶️ที่เน้นเลยคือ 1. อาหารเช้า : ดูว่าโรงแรมมีเลานจ์หรือเปล่า ถ้ามีคือรวมอาหาร3มื้อ เลือก Welcome Gift เป็นแต้มก็ดี
▶️2.ถ้าโรงแรมไม่มีเลาจน์ก็ค่อยเลือก Welcome Gift เป็นอาหารเช้า
▶️จะเห็นได้ว่าโรงแรมที่ไฮไลท์สีฟ้า คือ มีอาหารเช้าแน่ๆ จากสิทธิ Welcome Gift หรือ เข้าเลาจน์
▶️3. สามารถขอเช็คเอาท์ได้ถึง 4โมงเย็น ถ้าหากห้องตอนนั้นว่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ และได้อัพเกรดห้อง อันนี้ต้องลุ้นๆ สนุกดี

ทางลัดได้นอน 15คืนจาก50คืน ได้เป็น Marriott Platinum


▶️เป็นโปรโมชั่นใหม่ตั้งแต่กันยายน 2020 เป็นต้นมา
▶️คุณสมบัติ 1.ยื่นstatusของดรงแรมอื่นในการสมัคร
▶️คุณสมบัติ 2.ต้องนอน15คืน ภายใน3เดือนจากวันที่เริ่ม เช่น เริ่ม 15กันยา ก็นับไป3เดือน จบที่31ธันวา ก็เท่ากับมีเวลา 3เดือนกว่าๆ
▶️ได้เป็น Marriott Platinum ถึงเดือน กุมภาพันธ์ ปี2022
▶️ประสบการณ์ 1.เพราะแรกเริ่มที่ยังไม่มีสถานะอะไร ตอนนั้นเลยสมัครบัตร AMEX Platinum ได้สถานะMarriott Gold ทันที ได้อัพเกรดบ้าง+แต้มโบนัส25%+แต้มGift 500
▶️ประสบการณ์ 2.ช่วงที่ไม่มีโปรฯใดๆ ตอนนั้นสมัครบัตร club Marriott เพื่อให้จองห้องได้ราคาถูกลง (ซึ่งพนักงานโรงแรมต่างๆ จะไม่ชัวร์ว่าเก็บไนท์ได้ไหม ทำให้ผมขาดทุนไปจองเรทปกติแพงกว่าหลายที่เลย เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ซิดนีย์ แต่ความจริงนับไนท์หมด)

ขั้นตอน

1. เข้าไปสมัคร ทางลัดสู่ Platinum ได้ที่ คลิก
2. ต้องมีสถานะเหล่านี้ก่อนเพื่อลงทะเบียนแมช

  • Accor Live Limitless : Platinum and Diamond
  • Hilton Honors : Gold and Diamond
  • World of Hyatt : Globalist
  • IHG Rewards Club : Platinum and Spire Elite members

ถ้าหากไม่มีเลยแนะนำสมัคร IHG Ambassador (เสียตังค์ 200USDแต่สิทธิประโยชน์คุ้มค่า)จะได้เป็น IHG Platinum ด้วย

3. ข้อควรระวังในการสะสม night
▶️ใครจะเก็บ night ต้องระวัง‼️‼️ บางที่ไม่นับ night ในกทม.ก็มีหลายที่เช่น Sathorn Vista, Marriott Executive Apartments
▶️ภูเก็ต Marriott Vacation Club ก็ไม่นับ‼️
▶️กระบี่ Ritz Carlton Reserves ก็ไม่นับ‼️

แชร์ประสบการณ์ทำ Fasttrack Marriott Platinum

ตอนนั้นเริ่มทำ Fasttrack ตอน 9 ตุลาคม 2019 – 31 มกราคม 2020 ต้องนอนโรงแรมในเครือ 16 คืน

เหตุผลในการตัดสินใจทำ Marriott Platinum

▶️ปีนั้น มีแพลนเที่ยว เมืองต่างๆ ที่มีโรงแรมในเครือ (เช่น ภูเก็ตมี10แห่ง, กทม มี10+ โตเกียวมีเกือบ20 เซี่ยงไฮ้เมืองเดียวมี40+) ซึ่งเครือ Marriott มีโรงแรม ให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในแต่เมือง
▶️โรงแรมในเครือ แพงกว่า hostel แต่ถ้าเป็น platinum จะได้ อาหารเช้า (หรือ โรงแรมในเมือง ก็จะมีเลาจน์ ให้กิน บางที่ทั้งวันฟรี ไม่ต้องซื้อของกินเลย)
▶️ ช่างน้ำหนักแล้วคุ้มกว่า ไปจองโรงแรมไม่รวมอาหาร รวมถึงอาหารในเมืองนั้นๆ เพิ่มเช่นซื้อข้าวเย็น, น้ำเปล่า แต่ถ้า Marriott platinum ได้ เช้า,บ่าย,เย็น
▶️อยากลองไรใหม่ๆ เช่น จอง JW marriott bkk โปร1997 ใช้เราเที่ยวด้วยกันเหลือคืนละ1400 แต่ได้อาหาร3มื้อต่อวัน ถ้าจองแบบไม่ Platinum คืนละ5,000++
▶️ได้ลุ้นอัพเกรดห้องในหลายๆครั้ง ซึ่งถ้าจองห้องtypeนั้น อาจจะแพงมาก

ลองหาเหตุผลในการทำก่อน
▶️ถ้าหากไปเที่ยวแล้วไม่ค่อยได้อยู่ โรงแรม มีไว้นอน+เก็บกระเป๋าก็พอ ปีนึงไปเที่ยวไม่บ่อย ก็แนะนำให้จองพวก booking, agoda แล้วใช้โค้ดลดไม่ต้องมาพะวงเรื่องสะสมแต้ม

Facebook Comments